gototopgototop
Get Adobe Flash player
ข่าว/โฆษณา
- ต้อนรับคณะผู้ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล »  นายแพทย์วิฑูรย์ ยงเมธาวุฒิ ผู้จัดการ-ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค ได้ให้การต้อนรับ คณะเจ้าหน้าที่จากสำนักอานมัยการเจริญพันธ์ กรมอานมัย กระทรวงสาธารณะสุขและอาจารย์จากสาขาวิชาระบาดวิทยาคลินิกและชีวะสถิติ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมดูการเตรียมข้อมูลของโรพยาบาลตามโครงการวิจัย เรื่องการประมาณอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นไทย พ.ศ. 2551-2555 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศในระยะยาว ณ ห้องประชุมทิศใต้ ชั้น 2 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค วันที่ 12 กันยายน 2014 วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2014 เวลา 15:37 น.


มน.นพ.วิฑูรย์ ยงเมธาวุฒิ

ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการ

- การอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound)

พ.ญ.อาทิตยา  จันทร์เดือน

สูติ-นรีแพทย์

Ultrasound 4 D : อีกมิติแห่งความตื่นเต้นของครอบครัว 

อัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) คือ คลื่นเสียงความถี่สูงที่มากกว่า 20,000 Hz  

ที่ส่งออกไปจากหัวตรวจ (Transdneer) คลื่นเสียงจะกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ

ซึ่งมีความสามารถในการผ่านและสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะทำหน้าที่รั

บสัญญาณคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับระดับต่างๆ ซึ่งบ่งถึงความหนาแน่น

และระดับความลึกของเนื้อเยื่อนั้นนำสัญญาณที่ได้รับมาประมวลผล

และสร้างเป็นภาพขึ้นมา

ประโยชน์ของการตรวจอัลตร้าซาวน์ระหว่างการตั้งครรภ์

     การตรวจอัลตร้าซาวน์ระหว่างการตั้งครรภ์ มีประโยชน์ใน

การตรวจความผิดปกติของโครงสร้างของร่างกายทารกในครรภ์

และโครงสร้างหลัก ได้แก่ ดูรก สายสะดือ น้ำคร่ำ กระโหลกศรีษะ

เนื้อสมอง แขน ขา ช่องอก เนื้อปอด หัวใจ ผนังหน้าท้อง

และอวัยวะหลักภายในช่องท้อง การวัดขนาดของทารก

จากการตรวจอัลตร้าซาวน์ ยังช่วยในการยืนยันอายุครรภ์

และกำหนดวันคลอดในรายที่มารดาจำประจำเดือนไม่ได้

หรือประจำเดือนไม่แน่นอน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก

ในการดูแลรักษาในช่วงใกล้คลอด ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์

เกินกำหนด ซึ่งอาจมีผลเสียต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ได้

 

      นอกจากนั้นการตรวจอัลตร้าซาวน์ ทำให้แม่ได้เห็น

ภาพลูกที่เคลื่อนไหวอยู่ในครรภ์ ก่อให้เกิดความรัก

ความผูกพันธ์ตั้งแต่บุตรยังไม่คลอด หลายประเภท

แถบยุโรปมีนโยบายให้สตรีตั้งครรภ์ทุกรายควรรับ

การตรวจอัลตร้าซาวน์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงกลาง

ของการตั้งครรภ์ เพื่อเป็นการคัดกรองว่าทารกในครรภ์

อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่

     การตรวจอัลตร้าซาวน์ก็ยังมีข้อจำกัด คือ

ความผิดปกติบางอย่างเป็นสิ่งที่วินิจฉัยไม่ได้

โดยเฉพาะความผิดปกติของอวัยวะที่มีขนาดเล็กมาก

 หัวใจพิการแต่กำเนิดบางประเภทหรือการทำงาน ของอวัยวะต่าง ๆ

อัลตร้าซาวน์ 3 มิติ และ 4 มิติ

 

     ภาพที่ได้จากอัลตร้าซาวน์โดยทั่วไปเป็นภาพชนิด 2 มิติ

 คือ มิติด้านกว้างและด้านยาว ส่วนภาพอัลตร้าซาวน์ 3 มิติ

และ 4 มิติ ชนิดของหัวตรวจและการประมวลภาพ

จะซับซ้อนมากขึ้นเป็นหัวตรวจชนิดเฉพาะที่สามารถส่ง

คลื่นเสียงในลักษณะหลายระนาบ เก็บข้อมูลติดต่อกัน

ส่งไปประมวลผลและสร้างภาพ 3 มิติ คือ มีความลึก

เหมือนของจริง ส่วนอัลตร้าซาวน์ 4 มิติ นั้นเป็นเทคโนโลยีล่าสุด

 โดยนำเวลามาร่วมในการประมวลด้วยโดยเครื่องจะทำการ

เก็บภาพ 3 มิติ แต่ละภาพแล้วแสดงผลเรียงต่อกัน

ทำให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหว เช่นเดียวกับภาพยนตร์

ซึ่งมีมิติที่ 4 คือเวลานั่นเอง

ประโยชน์ของการตรวจอัลตร้าซาวน์ 3 มิติ และ 4 มิติ
  -    ภาพที่ได้เป็นภาพแหมือนจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจ
  -    สร้างความรัก ความผูกพันธ์ระหว่างมาดา

        และบุตรได้ตั้งแต่ยังไม่คลอด
  -    สามารถตรวจหาความผิดปกติโดยเฉพาะความผิดปกติ

        ที่พื้นผิว เช่น ปากแหว่ง
  -    สามารถเห็นอิริยาบถต่างๆ รวมทั้งหน้าตาของลูกได้

       ตั้งแต่อยู่ในครรภ์
  -    เพิ่มความเข้าใจภาพอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้มากขึ้น

       เนื่องจากเป็นภาพ 3 มิติ